dot dot
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์



ข้อมูลทั่วไป :

เป็นเขื่อนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านแก่งเสือเต้น ตำบลหนองบัว เป็นเขื่อนดินที่มีสันเขื่อนยาวที่สุดในประเทศไทย ช่วยกักเก็บน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ในจังหวัดเลย เขื่อนนี้สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสำเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันอุทกภัย และเป็นประโยชน์ต่อการเกษตร การอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรี สระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนั้นในบริเวณเขื่อนยังมีพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก ที่แสดงความเป็นมาของเขื่อน และความรู้ด้านธรรมชาติ

การเดินทาง :

ทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านตัวจังหวัดสระบุรี และจากสระบุรีไปประมาณ 33 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3017 ไปประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณตัวเขื่อน

ทางรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการรถไฟโดยออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงใน วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.30 น. โดยจะผ่านจุดชมวิว กิโลเมตรที่ 172 อัตราค่าโดยสารไป-กลับประมาณ 200 บาท และรถไฟโดยสาร สายกรุงเทพฯ-หนองคาย-โคกสลุง ราคาประมาณ 76 บาท แล้วจากนั้นให้ต่อรถไฟท้องถิ่นสายบัวใหญ่-แก่งคอย มาลงที่เขื่อนป่าสัก อัตราค่าโดยสารประมาณ 4 บาท และเที่ยวเดินทางกลับมีขบวนรถไฟสายเชื่อนป่าสักชลสิทธิ์-กรุงเทพฯ อัตราค่าโดยสารประมาณ 96 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1690, 223-7010, 223-7020

 

 


 

       เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งแม่น้ำป่าสักมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ในจำนวน 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทย เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 14,520 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะของลุ่มน้ำแคบเรียวยาว แหล่งต้นน้ำอยู่จังหวัดเลย ลำน้ำมีความยาว 513 กิโลเมตร ไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี และมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยประมาณ 2,400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี


      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก และ บรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นประจำในลุ่มน้ำป่าสัก เป็นผลสืบเนื่องมายังเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลด้วย ซึ่งนำความเดือนร้อนมาให้ราษฎร์เกือบทุกปี
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส
เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานว่า หากเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปัจจุบัน ก็สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนได้ จะต้องก่อสร้างเขื่อน 2 แห่ง ที่แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำนครนายก
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2537 - 2542 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามเขื่อนนี้ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้เริ่มเก็บกักน้ำครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบดีราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธี
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน แกนดินเหนียว ความยาวประมาณ 4,860 เมตร ระดับกักเก็บน้ำสูงสุดที่ +43.00 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณกักเก็บน้ำ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีอาคารระบายน้ำ 3 แห่ง คือ


- อาคารระบายน้ำล้น ระบายน้ำได้สูงสุดวินาทีละ 3,900 ลูกบาศก์เมตร
- อาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิม ระบายน้ำได้สูงสุดวินาทีละ 80 ลูกบาศก์เมตร
- อาคารท่อระบายน้ำฉุกเฉิน ระบายน้ำได้สูงสุดวินาทีละ 65 ลูกบาศก์เมตร


      การก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 23,36 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง
ด้านชลประทาน 7,831 ล้านบาท งบประมาณแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม 15,505 ล้านบาท
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และงานอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบเสร็จสมบูรณ์และ เพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในวาระที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
      ประโยชน์ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
- เป็นแหล่งน้ำเพื่อ อุปโภค ของชุมชนในเขตจังหวัด ลพบุรี - สระบุรี
- เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ชลประทานที่เกิดใหม่ในเขตจังหวัดลพบุรี-สระบุรี
- ช่วยป้องกันอุทกภัยในเขตพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ในเขตจังหวัดลพบุรี-สระบุรี และ ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลด้วย
- เป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลา และเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่
- เป็นแหล่งน้ำเสริม เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในเขตกรุงเทพฯ
- เป็นแหล่งท่องเที่ยว








dot
ฮอลิเดย์ปาร์คเขาใหญ่รีสอร์ท
dot
bulletลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ
bulletลูกค้าปี พ.ศ. 2557
bulletSPECIAL PRICE
bulletรวมการบริการต่างๆ
bulletมุมถ่ายรูปกับสวนสวยๆ
bulletบรรยากาศ..ถ่ายโดยลูกค้า
bulletกิจกรรมวอล์คแรลลี่
bulletWALK RALLY
bulletชมคลิป กิจกรรม วอล์คแรลลี่
dot
บริการอื่นๆ ฮอลิเดย์ปาร์ครีสอร์ท
dot
bulletขึ้นเขาใหญ่และส่องสัตว์
dot
โปรโมชั่น! ฮอลิเดย์ปาร์ครีสอร์ท
dot
bulletโปรโมชั่นปีใหม่ 2559
dot
แหล่งท่องเที่ยวบริเวณรีสอร์ท
dot
bulletแผนที่ อุทยานฯ เขาใหญ่
bulletเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
bulletเขื่อนลำตะคอง
bulletน้ำตกเจ็ดสาวน้อย,มวกเหล็ก
bulletวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม
bulletศูนย์วิจัยข้าวโพดไร่สุวรรณ
bulletถ้ำไตรรัตน์
bulletวิหารหลวงพ่อโต สีคิ้ว
bulletอนุเสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)
bulletปราสาทหินพิมาย
bulletด่านเกวียน
bulletสวนสัตว์นครราชสีมา
dot
โลโก้ฮอลิเดย์ปาร์คเขาใหญ่
dot
bulletสื่อต่างๆ กรุณาใช้ โลโก้ ในนี้




ฮอิลเดย์ปาร์คเขาใหญ่รีสอร์ท : HolidayPark Khaoyai Resort

ติดต่อสอบถาม : ฮอลิเดย์ปาร์คเขาใหญ่รีสอร์ท
สำนักงานกรุงเทพฯ  :  0-2993-2731-4

คุณบิ๊ก ธิปไตย : 086-7965516   &   คุณเอก ณัฐธัญฐ์ : 062-5699356